ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ จบลงด้วยชัยชนะอันยอดเยี่ยม


ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ รอบล่าสุดจบลงด้วยชัยชนะอันยอดเยี่ยมของ เรือใบสีฟ้า ที่เปิดบ้าน เอติฮัด สเตดี้ยม คว้าชัยเหนือ ปีศาจแดง ไปได้ 4-1 พร้อมกับทำให้ เรือใบสีฟ้า กลับไปนำ หงส์ รองจ่าฝูงเป็น 6 คะแนนเท่าเดิม เพียงแต่ทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ลงเล่นมากกว่าอยู่ 1 เกม

เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น ต้องถือว่า เรือใบสีฟ้า เล่นในช่วงครึ่งหลังได้น่าประทับใจมากเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาคุมเกมเอาไว้ได้เกือบหมดจนทำให้ทีมปีศาจแดงไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียว จนทำให้มันถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 ซีซั่นหลังสุดที่ ปีศาจแดง ไม่มีจังหวะลุ้นประตูในครึ่งหลังของเกมระดับ พรีเมียร์ลีก เลย

นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วนั้นมันยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจจากเกมนี้เช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะมายกตัวอย่างกันสักหน่อยว่ามันมีอะไรบ้าง

– เครื่องจักร ซิลวา
ยุคสมัยนี้นั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า การวิ่ง ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญของเกมฟุตบอลยุคปัจจุบัน เพราะมันจะส่งผลดีทั้งในด้านเกมรุกและเกมรับ ซึ่งในศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ ทั้ง 2 หนในซีซั่นนี้นั้น ไม่มีใครอีกแล้วที่จะขยันวิ่งมากไปกว่า แบร์นาร์โด้ ซิลวา ดาวเตะชาวโปรตุกีสของ เรือใบสีฟ้า

ย้อนกลับไปในศึกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซิลวา ถือเป็นคนที่วิ่งเยอะที่สุดในสนาม จากการคิดเป็นระยะทางรวมได้ 12.5 กิโลเมตร และเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็ครองบัลลังก์นั้นอีกครั้ง จากการทำระยะทางไปรวมแล้ว 12.8 กิโลเมตรด้วยกัน

– หลักไมล์ของลูกทีม เป๊ป
อย่างที่รู้กันดีว่า โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม เรือใบสีฟ้า เป็นคนที่ชอบจัดแผนด้วยการเน้นเกมรุกเป็นหลัก การที่ปัจจุบัน เรือใบสีฟ้า เป็นทีมที่ทำประตูในลีกได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวน 68 ประตู ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่การันตีถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าทึ่งมากกว่านั้นก็คือผลงานจากเกมนัดล่าสุดมันก็ทำให้ เรือใบสีฟ้า ยิงในลีกอย่างน้อย 4 ลูกต่อ 1 นัดเป็นเกมที่ 50 เข้าไปแล้ว หากนับตั้งแต่ที่ กวาร์ดิโอล่า เข้ามากุมบังเหียนทีมเมื่อปี 2016 และในช่วงเวลานั้นก็ไม่มีทีมไหนที่จะทำอย่างนั้นได้มากไปกว่าทีมของ กวาร์ดิโอล่า โดยอันดับ 2 อย่าง หงส์ ยังทำได้น้อยกว่าตั้ง 9 เกมเลย

ทีมที่ยิงใน พรีเมียร์ลีก ได้อย่างน้อย 4 ลูกต่อ 1 นัด นับตั้งแต่ที่ กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมทีม
1. เรือใบสีฟ้า 50 นัด
2. หงส์แดง 41 นัด
3. ไก่เดือยทอง 29 นัด
4. สิงโตน้ำเงินคราม 23 นัด
5. ไอ้ปืนใหญ่ 22 นัด
6. ปีศาจแดง 20 นัด

– ได้ทั้งไปและกลับ
ปกตินั้นในเกมดาร์บี้แมตช์ หรือเกมที่ทีมใหญ่ๆ เจอกัน มันมีโอกาสไม่มากนักที่ทีมใดทีมหนึ่งจะชนะได้ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือนในซีซั่นเดียวกัน แต่ผลการแข่งขันจากนัดล่าสุดก็ทำให้ซีซั่นนี้ เรือใบสีฟ้า ทำแบบนั้นได้ และกลายเป็นว่านี่นับเป็นครั้งที่ 5 เข้าไปแล้วที่ เรือใบสีฟ้า สามารถพิชิต ปีศาจแดง ในเกมลีกของฤดูกาลเดียวกันได้แบบทั้งไปและกลับ

สำหรับ 4 หนก่อนหน้านี้นั้น เกิดขึ้นในซีซั่น 2007-08, 2011-12, 2013-14 และ 2018-19 ซึ่งใน 3 ฤดูกาลหลังของกลุ่มดังกล่าวนั้น สุดท้ายแล้ว เรือใบสีฟ้า ก็ไปถึงตำแหน่งแชมป์ด้วย

– เหยื่อที่ เป๊ป โปรดปราน
ปกติแล้วคนเป็นกุนซือมักจะไม่ได้ชนะคู่แข่งซึ่งเป็นทีมใหญ่ๆ บ่อยนัก เพียงแต่ด้วยความที่ กวาร์ดิโอล่า ถือเป็นหนึ่งในกุนซือชั้นยอดของโลกลูกหนังทำให้เขาไม่มีปัญหาเวลาต้องเจอกับทีมใหญ่ๆ เลย ซึ่งผลการแข่งขันจากนัดล่าสุดก็ทำให้ตลอดอาชีพการคุมทีมของเจ้าตัวนั้น กวาร์ดิโอล่า สามารถชนะ ปีศาจแดง ได้ถึง 11 เกม เท่ากับที่เขาเคยพิชิต ราชันชุดขาว, จิ้งจอก และ ขุนค้อน

ทั้งนี้ มันมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่แพ้ให้ กวาร์ดิโอล่า มากไปกว่า ปีศาจแดง นั่นคือ เบิร์นลี่ย์ ที่เคยปราชัยให้กับกึ๋นของ กวาร์ดิโอล่า 13 ครั้ง และ ไอ้ปืนใหญ่ ที่พลาดท่าให้กับอดีตนายใหญ่ เจ้าบุญทุ่ม และ เสือใต้ มากถึง 17 หน

– ความเหนื่อยของ เด เคอา
ในชาร์ตผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีทได้มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้นั้น ดาบิด เด เคอา นายทวาร ปีศาจแดง ไม่ติดแม้กระทั่ง 5 อันดับแรก หลังจากเขาเพิ่งทำอย่างนั้นได้ 7 ครั้ง โดยท็อป 5 ในชาร์ตดังกล่าวได้แก่ เอแดร์ซอน โมราเอส (15 ครั้ง), อลีสซง เบ็คเกอร์ (14 ครั้ง), อาร่อน แรมส์เดล (11 ครั้ง), เอดูอาร์ด เมนดี้ (10 ครั้ง) และ อูโก้ โยริส กับ โชเซ่ ซา (9 ครั้งเท่ากัน)

อย่างไรก็ตาม การที่เขาเก็บคลีนชีทได้น้อยมันไม่ใช่ว่าเขามีฝีมือที่แย่เลย เพราะตอนนี้ เด เคอา นับเป็นนายทวารที่ต้องออกแรงเซฟเยอะเป็นอันดับ 1 ของ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้ ด้วยการทำไปแล้ว 104 ครั้งเลยทีเดียว มากกว่า อิลล็อง เมสลิเย่ร์ นายด่าน ลีดส์ ยูไนเต็ด 2 หน

– ความโหดของ เดอ บรอยน์
นับตั้งแต่ตอนเริ่มฤดูกาลก่อน เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพของ แมนฯ ซิตี้ ก็มีส่วนร่วมกับจังหวะพยายามประตูในการเจอกับ ปีศาจแดง ในเกมลีกรวมแล้วถึง 37 ครั้ง แบ่งเป็นการลองยิงเอง 17 หน และการผ่านบอลให้เพื่อนได้ยิง 20 ครั้ง

ทั้งนี้ เกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังถือเป็นการลงเล่นเกมเหย้าในระดับ พรีเมียร์ลีก นัดที่ 100 ของ เดอ บรอยน์ ด้วย หากนับรวมทั้งกับต้นสังกัดปัจจุบันและสมัยที่ยังอยู่กับ สิงโตน้ำเงินคราม ซึ่งในการลงเล่น 100 นัดเหล่านั้น ดาวเตะชาวเบลเยียมมีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงมากถึง 88 ลูก ประกอบด้วยการยิงได้เอง 37 ประตู กับการทำได้ 51 แอสซิสต์